ข้อกฏหมายที่ไม่ควรมองข้ามกับการรีโนเวทบ้าน

3.1

เมื่อพูดถึงการรีโนเวทบ้าน นิยามของความหมายนี้ครอบคลุมในมุมกว้างของการสร้างบ้านที่หลากหลายแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมเพื่อให้มีพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ขึ้น การตัดหรือลดทอนบางส่วนออกไป หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนโฉมบ้านทั้งหลังที่ดูเสื่อมสภาพให้กลับมาเป็นบ้านที่ดูสวยงามเหมือนใหม่อีกครั้ง เหล่านี้ก็จัดอยู่ในรูปแบบของการรีโนเวททั้งสิ้น แม้จะเป็นการจัดแต่งเล็กๆ น้อยๆ หรือการรื้อบ้านครั้งใหญ่ก็ถือว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

อย่างไรก็ตามการปรับสภาพบ้านเก่าให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากความรู้ความเข้าใจที่เราต้องให้คนสนใจในเรื่องการออกแบบและต่อเติมให้บ้านน่าอยู่อาศัยมากขึ้นแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฏหมายของการรีโนเวทเพื่อช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมา หรือแม้กระทั่งการถูกฟ้องร้องโดยไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นเสียเงินและเสียเวลา แถมยังอาจจะต้องมาทุบส่วนเกินที่มันล้ำเขตแดนแบบผิดกฏหมายทิ้งไปอย่างน่าเสียดายอีกด้วย ดังนั้นก่อนลงมือสร้างสรรค์บ้านใหม่ให้หรูเริ่ด ลองมาดูข้อควรรู้กับกฏหมายการแต่งบ้านกันดีกว่าค่ะ

การต่อเติมบ้านตามนิยามที่กฏหมายระบุไว้

ในความหมายของการต่อเติม ส่วนที่หมายถึงการ “ต่อเติม” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจะใช้คำว่า “ดัดแปลง” เนื่องจากช่วยให้ข้อกฏหมายควบคุมได้หลายส่วน มีความหมายที่กว้างกว่าการต่อเติมหลายเท่า ไม่ว่าอะไรก็ตามของบ้าน แม้จะเป็นการตกแต่งเพียงเล็กน้อย หากเป็นการเปลี่ยนรูปแบบบ้านเดิมๆ ให้กลายเป็นสไตล์ใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของการดัดแปลงทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นหากเป็นการเปลี่ยนรูปแบบของบ้านอย่างไรก็ตาม อย่าลืมที่จะใส่ใจกับข้อกฏหมายให้กระจ่างชัดเสียก่อน ยิ่งบ้านไหนที่มีการดัดแปลงครั้งใหญ่ ก็ควรขอคำปรึกษาและทำการขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนเสมอ

3.2

ข้อควรรู้กับการขออนุญาตเจ้าหน้าที่สำหรับการดัดแปลงอาคาร

ผู้เริ่มต้นรีโนเวทบ้าน สิ่งที่แรกที่ควรเตรียมตัวคือเมื่อใดก็ตามที่มีการดัดแปลงบ้านหรืออาคาร ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะไหนก็ต้องทำการขอนุญาตจากพนักงานประจำท้องถิ่นก่อนเสมอ โดยหลักฐานที่ต้องทำการยื่นแสดงจะต้องมีแบบแปลนที่ต้องการปรับเปลี่ยน มีข้อมูลของสถาปนิกที่ออกแบบ วิศวกรควบคุมงาน ซึ่งสิ่งที่เราจะได้รับมาคือใบอนุญาตให้ผ่านการต่อเติมได้จากเจ้าพนักงานท้อถิ่น จึงจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการดัดแปลงอาคารได้นั่นเอง

ส่วนเจ้าหน้าที่ๆ เจ้าบ้านต้องเข้าไปขอยื่นเอกสารจะเป็นพนักงานภายในท้องถิ่นนั้นๆ ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ สามารถทำการดำเนินเรื่องได้ผ่านสำนักงานเขต กทม. และทำการยื่นเรื่องต่อผู้ว่าราชการ

3.3

ความผิดตามกฏหมายหากไม่ได้รับการขออนุญาตให้ถูกต้อง

สำหรับใครที่ไม่รู้กฏหมายว่าการรีโนเวทบ้านก็คือการดัดแปลงหรือต่อเติม ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกจัดอยู่ในข้อกฏหมายที่ต้องทำความเข้าใจ ดังนั้นใครที่มองข้ามส่วนนี้ไป แม้จะมีความรู้หรือไม่ก็ตามที หากเกินเลยจากข้อกำหนดไปก็ถือว่าผิดกฏหมายด้วยกันทั้งสิ้น บางรายหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้วก็คิดว่าสามารถต่อเติมได้นอกเหนือจากที่แจ้งเอาไว้ เหล่านี้หากตรวจพบก็จะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายเช่นเดียวกัน

สำหรับโทษเบื้องต้นคือการจำคุก 3 เดือนหรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากยังมีการฝ่าฝืนต่อเนื่อง ก็จะถูกปรับในอัตราเฉลี่ยรายวันอีก 10,000 บาท จนกว่าจะทำการแก้ไขให้ถูกต้อง อีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือบ้านข้างเคียงได้รับผลกระทบจากการต่อเติม ทำให้เกิดความเดือดร้อน หลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถมีอำนาจให้หยุดทำการต่อเติมและก่อสร้างต่อไป หรือหากเป็นไปได้อาจจะให้เจ้าของบ้านทำการยื่นเรื่องขออนุญาต

แต่เจ้าบ้านหลังไหนที่ยังฝ่าฝืนคำสั่งก็มักจะถูกให้ทำการรื้อถอนอาคารออกไปในบางส่วนหรือทั้งหมด ทั้งนี้กฏหมายยังครอบคลุมไปถึงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีสุดท้ายเช่นนี้หากยังมีการทำต่อเนื่องโดยไม่สนใจต่กฏหมาย ก็จะถูกปรับเป็นรายวันอีกวันละ 30,000 บาท จนกว่าจะทำการแก้ไขให้ถูกต้อง

เพราะฉะนั้นหากใครต้องการรีโนเวทบ้าน จงเข้าใจเสียใหม่ว่ามันคือการดัดแปลงที่วางอยู่ในข้อกฏหมาย เป็นสิ่งที่เจ้าบ้านต้องทำความเข้าใจ พร้อมขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุญาตให้ถูกต้องเสียก่อน จะได้ไม่เป็นการมาเสียเวลาและเงินในภายหลังเอาได้ค่ะ

Leave a Reply